ลีซอ ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่แต่งกายมีสีสันสดใสและหลากสีมากที่สุดในบรรดากลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมด ความกล้าในการตัดสินใจ และความเป็นอิสระจนสะท้อนออกมาให้เห็นจากการใช้สีตัดกันอย่างรุนแรงของเครื่องแต่งกาย ปัจจุบันคนภายนอกมักเรียกกลุ่มชาติพันธุ์นี้ว่า “ลีซอ” แต่คนในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันกลับมักเรียกตนเองว่า “ลีซู” คำว่า “ลี” มาจาก “อิ๊หลี่” แปลว่า จารีต ประเพณีหรือวัฒนธรรม “ซู” แปลว่า “คน” มีความหมายว่ากลุ่มชนที่มีขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง โดยกิจกรรมนี้ผู้เข้าร่วมอบรมจะสามารถเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมา เทคนิค การนำเชือกลีซอไปใช้ เพื่อพัฒนาสู่การผลิตผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับชุมชน “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมให้ราษฎรที่มีฐานะยากจน ประกอบอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ด้วยการทำงานหัตถกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น ซึ่งพระองค์ท่านทรงรับซื้อและนำมาจัดจำหน่ายผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ หนึ่งในนั้นคือ “เชือกลีซอ” ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซอ ที่ใช้ประดับบนเครื่องแต่งกายประจำ ชนเผ่านั่นเอง และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลที่ทอดพระเนตรเห็นถึงคุณค่า และความสวยงามของงานเชือกลีซอที่สีสดใส จึงมีพระราชดำริให้ชาวไทยภูเขาผลิตเชือกลีซอนี้ เพื่อเป็นรายได้เสริมในยามว่างเว้นหลังทำการเกษตรกรรม เริ่มแรกทรงนำเชือกลีซอมาประดับตกแต่งของขวัญพระราชทาน เพื่อพระราชทานให้เป็นที่ระลึกแก่พระราชอาคันตุกะ ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปเริ่มรู้จักเชือกลีซอมากยิ่งขึ้น และด้วยสีสันที่สดใสและฉูดฉาดของเชือกลีซอ จึงทำให้เชือกลีซอได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน ฉะนั้น ทางคณะทำงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญงานหัตถกรรมของชาวเขาเผ่าลีซอที่เป็นจุดเด่น คือ “เชือกถัก” จึงได้จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในเรื่องของการทำเชือกถักลีซอ เพื่อสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มาจากรากเหง้าทางวัฒนธรรม สู่งานหัตถกรรมร่วมสมัย เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตชาติพันธุ์กับงานหัตถกรรมของ ลีซอ เพื่อรักษาทุนทางวัฒนธรรมที่ยังอยู่ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากร จาก “พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” และ”ชุมชนลีซอบ้านศรีดงเย็น อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่”

กิจกรรม วันที่ 1 วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน  2560 ทางคณะทำงานได้มีการประชาสัมพันธ์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมìถักรักจากลีซอî ผ่านการประชาสัมพันธ์บน facebook เพจของทางโครงการฯ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 จึงใช้ใบสมัครเล็กทรอนิคทาง Google Form  โดยมีการกรอกใบสมัครแล้วผู้ที่จะได้รับการเข้าร่วมกิจกรรม 30 ม่านต้องผ่านการคัดเลือกโดยต้องกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน และทางคณะทำงานได้เล็งเห็นว่าผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต้องมีความต้องการและมีการนำไปใช้ประโยชน์จริงจึงให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเขียนรายละเอียดความสนใจในการต้องการเข้าร่วมกิจกรรมด้วยเพื่อเป็นข้อมูลและการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ทางคณะทำงานได้เปิดช่องทางติดต่อประชาสัมพันธ์โครงการเพิ่มอีก 1 ช่องทางได้แก่ Line@ จึงนำมาใช้ในการรับคัดเลือกบุคคลเข้าร่วมตามกติกาข้างต้นด้วย

กิจกรรม วันที่ 2 วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน 2560 ทางคณะทำงานได้รับความอนุเคราะห์จากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในการติดต่อนักเรียนจากการศึกษานอกโรงเรียนในเขตพื้นที่ดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลีซอจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ โดยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯที่ต้องการสร้างความสามารถและสร้างแนวทางอาชีพให้แก่นักเรียนได้เข้าร่วมเรียนรู้เทคนิคการเย็บเชือกลีซอ และการนำมาสร้างสรรค์เป็นงานหัตถกรรมร่มสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเป็นการส่งเสริมให้เกิดอาชีพ และระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และสร้างความเสมอภาคทางเพศและส่งเสริมความสามารถของเพศหญิง

จากการจัดกิจกรรม“ถักรักจากลีซอ” วันที่ 1 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 ท่าน ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านการคัดเลือกจากการเขียนบทความโดยมีผู้ที่สนใจเป็นกลุ่มสตรีในจังหวัดเชียงใหม่อายุระหว่าง 24 – 53 ปี และไม่มีใครที่มีพื้นฐานในการเย็บเชือกลีซอ และการประยุกต์ใช้เชือกลีซอมาก่อนแต่มีความสนใจในการทำงานหัตถกรรมประเภทนี้ ซึ่งมีทั้งเจ้าของกิจการที่ทำงานหัตถกรรมเพื่อที่ต้องการนำไปประยุกต์ใช้กับงานของตนเอง ครูผู้สอนงานคหกรรม ปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าการจัดงานในครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมหลากหลายอาชีพซึ่งแต่ละท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงคุณค่าของงานหัตถกรรม และจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

จากการจัดกิจกรรม“ถักรักจากลีซอ” ในวันที่ 2 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักเรียนจากการศึกษานอกโรงเรียนในเขตพื้นที่ดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลีซอจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หลากหลายช่วงอายุตั้งแต่ อายุ 13 ปี ไปจนถึง 50 ปี ซึ่งจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี ไม่เคยทำงานหัตถกรรมเชือกลีซอมาก่อน แต่พบว่า ผู้ที่มีอายุ 30-50 ปี เคยทำเชือกลีซอ ทั้งทำใช้เอง และทำส่งตลาดทำให้กลุ่มที่ 2 มีความชำนาญในการเย็บเป็นอย่างมาก และจากการสอบถามกลุ่มชาติพันธุ์ลีซอจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ไม่เคยประยุกต์ใช้งานหัตถกรรมชนิดนี้ในการผลิตชิ้นงานอื่นเลย จึงเป็นความแปลกใหม่ที่ ทุกคนจากจากการศึกษานอกโรงเรียน อำเภอเชียงดาว ในเขตพื้นที่ดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียนรู้และจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เนื่องจากพื้นที่อำเภอเชียงดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม แต่ไม่ได้มีการทำงานหัตถกรรมออกมาจำหน่ายเป็นของที่ระลึก จึงเป็นการตอบโจทย์แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเป็นการส่งเสริมให้เกิดอาชีพ และระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และสร้างความเสมอภาคทางเพศและส่งเสริมความสามารถของเพศหญิง ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ทางโครงการยังได้มีการติดตามผลงานของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในลำดับถัดมา และผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะถูกนำไปจัดแสดงในงาน Chiang Mai Crafts Fair 2017 ในวันที่ 6-10 ธันวาคม 2560 เพื่อเป็นการแสดงผลงานและส่งเสริมอาชีพให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

 

กิจกรรม ถักรักจากลีซอ สู่แนวทางการพัฒนา เพื่อส่งเสริมงานหัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู

หางลีซอ ถือเป็นส่วนหนึ่งประกอบเครื่องแต่งกายของชนเผ่าลีซอ ใช้เป็นสิ่งแสดงเอกลักษณ์ประกอบชุดการแต่งกายประจำเผ่าที่โดดเด่น ซึ่งจะสวมใส่กันเฉพาะในโอกาสพิเศษ หรือพิธีกรรมที่สำคัญๆ โดยหญิงชาวลีซอจะนำหางลีซอนับเป็นร้อยๆ เส้นนี้ ห้อยประดับไว้ที่เอวบริเวณด้านหลังของกางเกง ส่วนผู้ชายชาวลีซอจะนำหางลีซอมาห้อยเอวติดไว้ด้านหน้าของกางเกง เชือกลีซอจึงสะท้อนถึงเอกลักษณ์การแต่งกายประจำเผ่าของชาวลีซอที่โดดเด่นและมีความชัดเจน เชือกลีซอ จึงเป็นสิ่งจำเป็นและผูกพันในวัฒนธรรมการแต่งกายประจำเผ่าลีซอที่มีมาช้านาน ผู้หญิงชาวลีซอเมื่ออายุประมาณ 7-8 ปี จะต้องเริ่มเรียนรู้และฝึกฝนการเย็บเชือกลีซอจากผู้เป็นแม่ซึ่งเป็นผู้สอนหรือถ่ายทอด การเย็บเชือกลีซอเป็นการเย็บด้วยมือ ใช้เทคนิคการเย็บหุ้มชายผ้าสีที่ตัดเป็นริ้วเล็กๆ ทั้งสองด้านให้ปิดเส้นด้ายสีขาวที่เย็บเป็นไส้ไก่ขนาดเล็กๆ อยู่ด้านในให้มิดจนสนิทแน่นจนมองไม่เห็นเส้นด้ายสีขาวด้านในนั้น และมองไม่เห็นรอยฝีเข็มที่ใช้ในการเย็บด้วย ฝีเข็มในการเย็บตลอดเส้นต้องถี่และละเอียดที่สุดจึงจะได้เชือกลีซอที่สมบูรณ์และสวยงาม เทคนิคการเย็บเชือกลีซอจึงถือได้ว่าผู้เย็บต้องใช้ทักษะฝีมือมาก เพราะกว่าจะเย็บได้แต่ละเส้นต้องใช้ทั้งทักษะ ความชำนาญ และสายตาของผู้เย็บ และนี่ก็คือความสามารถของหญิงชาวเผ่าลีซอที่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า เส้นยาวๆ ที่เรียกกันว่าเชือกลีซอ หลากหลายสีสันที่สวยงามนี้ เป็นงานที่ใช้เย็บด้วยฝีมือโดยปราศจากการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ใดๆ ช่วยทั้งสิ้น ซึ่งในครั้งนี้ทางโครงการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านโครงการ ร่วมกับทางพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (QUEEN SIRIKIT MUSEUM OF TEXTILES)  ได้จัดกิจกรรมครั้งที่ 3 นี้ขึ้นภายใต้ชื่อ “ถักรักจากลีซอ” โดยกิจกรรมนี้เป็นการให้ผู้เข้าร่วมอบรมเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมา เทคนิคของการเย็บเชือกลีซอที่เปรียบเป็นงานหัตถกรรมฝีมือของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู และการนำเชือกลีซอไปต่อยอดเพื่อพัฒนาสู่การผลิตผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับชุมชน โดยมีการแบ่งการจัดกิจกรรมออกเป็น 2 วัน คือในวันที่ 23-24 กันยายน 2560 ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยในวันแรกของการจัดกิจกรรม วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน 2560 ทางคณะทำงานได้มีการประชาสัมพันธ์ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ถักรักจากลีซอ” ผ่านการประชาสัมพันธ์บน facebook เพจของทางโครงการฯ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 จึงใช้ใบสมัครเล็กทรอนิคทาง Google Form โดยมีการกรอกใบสมัครแล้วผู้ที่จะได้รับการเข้าร่วมกิจกรรม 30 ม่านต้องผ่านการคัดเลือกโดยต้องกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน และทางคณะทำงานได้เล็งเห็นว่าผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต้องมีความต้องการและมีการนำไปใช้ประโยชน์จริงจึงให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเขียนรายละเอียดความสนใจในการต้องการเข้าร่วมกิจกรรมด้วยเพื่อเป็นข้อมูลและการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ทางคณะทำงานได้เปิดช่องทางติดต่อประชาสัมพันธ์โครงการเพิ่มอีก 1 ช่องทางได้แก่ Line@ จึงนำมาใช้ในการรับคัดเลือกบุคคลเข้าร่วมตามกติกาข้างต้นด้วย

และในวันที่ 2 ของการจัดกิจกรรมวันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน 2560 ทางคณะทำงานได้รับความอนุเคราะห์จากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในการติดต่อนักเรียนจากการศึกษานอกโรงเรียนในเขตพื้นที่ดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลีซอ จากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ โดยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯที่ต้องการสร้างความสามารถและสร้างแนวทางอาชีพให้แก่นักเรียนได้เข้าร่วมเรียนรู้เทคนิคการเย็บเชือกลีซอ และการนำ มาสร้างสรรค์เป็นงานหัตถกรรมร่มสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเป็นการส่งเสริมให้เกิดอาชีพ และระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และสร้างความเสมอภาคทางเพศและส่งเสริมความสามารถของเพศหญิง โดยในการจัดกิจกรรมในวันที่ 2 ได้เน้นถึงการให้คุณค่า และการผลักดันเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซอ โดยจากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 30 คนในครั้งนี้ ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่มีเชื้อชาติเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลีซอโดยแท้ แต่กลับไม่ทราบถึงจุดเด่น และละเลยความเป็นเอกลักษณ์ของตนไป โดยจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีหลากหลายในกลุ่มช่วงอายุตั้งแต่ 15-40 ปี ซึ่งมีจำนวนเพียงน้อยคนที่สามารถเย็บเชือกลีซอได้ และเข้าใจในหัตถกรรมของตนเอง

โดยหลังจากหารจัดกิจกรรมในครั้งนี้แล้วนั้น ผลตอบรับที่ได้กลับมาสามารถสังเกตให้เห็นถึงความตระหนักที่หันกลับมาเล็งเห็นถึงความสำคัญของงานหัตถกรรมในกลุ่มชาติพันธุ์ของตน และจากการได้เรียนรู้และทำกิจกรรมในส่วนของการนำเชือกลีซอมาถักทอเป็นชิ้นงานสร้างสรรค์ต่างๆ เช่น ต่างหู สร้อยข้อมือ พวงกุญแจ ก็ทำให้กลุ่มของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เกิดความสนใจที่จะนำไปพัฒนาต่อเป็นอาชีพในอนาคตเพื่อผลิตเป็นสินค้ารองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในหมู่บ้านของตน