กิจกรรมครั้งที่ 1  ให้ความรู้เรื่องผ้าปักกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่

วัน/เวลาจัดกิจกรรม : วันเสาร์ที่ 27  สิงหาคม  2559

สถานที่ : หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม :  71 คน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมได้รับในการจัดกิจกรรม

ความรู้ความเข้าใจถึงประวัติความเป็นมาของกลุ่มชาติพันธุ์ ในจังหวัดเชียงใหม่ อันได้แก่ ปะกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) ลีซอ (ลีซู) ลาหู่ (มูเชอ) อ่าขา (อีก้อ) เมี่ยน (เย้า) ม้ง (แม้ว) ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องของการแต่งกายที่มีอัตลักษณ์อันโดดเด่นกันออกไป ซึ่งชุดเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายทั้งหมดเป็นงานฝีมือที่ได้ลงมือทำและสร้างสรรค์จากรุ่นสู่รุ่น

         จากประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 720 ปี ทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยทุนทางวัฒนธรรมซึ่งล้วนแต่เสริมสร้างศักยภาพของเมือง ให้ยกระดับเป็นเมืองสร้างสรรค์ทางด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน โดยธรรมชาติของการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมเชียงใหม่ จะมีคุณลักษณะที่ยังยึดโยงกันอยู่ซึ่งเกิดจากการพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชน ที่เริ่มมาจากระดับหมู่บ้านสู่เมืองและเป็นแรงขับเคลื่อนสู่การสร้างสรรค์ ทำให้เชียงใหม่นั้นบานสะพรั่งไปด้วยงานหัตถกรรม พร้อมสู่การเคลื่อนตัวของเมืองการนำวัฒนธรรมที่สั่งสมมานาน เป็นทุนเพื่อให้การสร้างสรรค์ในปัจจุบันและอนาคตนั้นมีเรื่องราวความเป็นมาที่สามารถศึกษาเรียนรู้และนำมาสร้างสรรค์ต่อยอดวัฒนธรรมที่เหมาะสมต่อวิถีความเป็นอยู่ในปัจจุบันและอนาคตอย่างยั่งยืนมั่นคง มรรคผลของการสร้างสรรค์งานหัตถกรรม จะกลับมาสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้แก่ผู้คนในท้องถิ่น มีการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเชียงใหม่กับงานหัตถศิลป์สร้างสรรค์ก็เปรียบเหมือนดังการปลูกต้นไม้แห่งการสร้างสรรค์ มีรากเหง้าที่หยั่งลึกลำต้นแข็งแกร่งและมั่นคง กิ่งใบที่แผ่ไพศาล ออกดอกผลที่เบ่งบานและเจริญงอกงามสืบต่อไป

 

กิจกรรมครั้งที่ 2 สร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าปัก

วัน/เวลาจัดกิจกรรม : วันอาทิตย์ที่ 28  สิงหาคม  2559

สถานที่ : หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม :  71 คน

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ทางโครงการได้สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพ โดยมีโจทย์ให้กับผู้เข้าอบรมเป็นการนำเอกลักษณ์ของการแต่งกายของชาติพันธ์ในจังหวัดเชียงใหม่ มาสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยยังไม่ลืมอัตลักษณ์ดั้งเดิม เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และเพิ่มมูลค่าสินค้า ซึ่งผู้เข้าอบรมสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ออกมาได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องประดับตกแต่ง สิ่งอำนวยความสะดวก ที่ยังคงเอกลักษณ์ของชาติพันธ์ได้อย่างสวยงาม