ว่าด้วยเรื่อง “งานหัตถกรรมกับพระพุทธศาสนา” อำเภอแม่แจ่มเป็นอีกแหล่งที่ยังมีการสืบทอดสืบสานงานบุญจุลกฐิน ตามวิถีประเพณีที่งดงามเป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากจุลกฐินเป็นประเพณีดั้งเดิมที่จะจัดขึ้นเฉพาะหมู่บ้านที่มีการปลูกฝ้าย และทอผ้า สำหรับบ้านเราสิ่งที่ปฏิบัติมาแต่ก่อนเป็นธรรมเนียมหลังวันออกพรรษา คือ การทอดกฐิน ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ยังมีกฐินอีกประเภทหนึ่งที่พิเศษ คือ “จุลกฐิน” ที่คนมักจะตีความไปว่าเป็นกฐินแบบเล็ก ๆ  หลังจากเราได้ติดตามการเตรียมงานจุลกฐินของชาวบ้านวัดยางหลวง ตำบลท่าผา  อำเภอแม่แจ่มแล้ว พบว่าจริง ๆ แล้วจุลกฐิน เป็นกฐินที่ต้องใช้ความร่วมมือจากคนนับร้อย ๆ ในหมู่บ้าน เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังกายและกำลังใจของคนในหมู่บ้าน ที่ต้องเก็บฝ้าย ปั่นฝ้าย ย้อมฝ้าย ไปจนถึงขั้นตอนการทอฝ้าย เพื่อตัดเย็บเป็นชุดผ้าไตรจีวร 1 ชุด ที่สำคัญคือต้องแล้วเสร็จภายในเวลา 1 คืนเท่านั้น และต้องนำไปถวายวัดในวันรุ่งขึ้น

 

จุลกฐิน และ กฐิน แตกต่างกันอย่างไร?

กฐินต้น คือ กฐินที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปถวายที่วัดราษฎร์อย่างไม่เป็นทางราชการ ที่เรียกเช่นนี้เพราะเป็นการเนื่องในพระเจ้าแผ่นดิน มีลักษณะเดียวกับคำว่า ประพาสต้น ช้างต้น ม้าต้น พระธรรมกิตติวงศ์อธิบายเกี่ยวกับกฐินไว้ในหนังสือ คำวัด ดังนี้

กฐินต้น เป็นกฐินที่ไม่กำหนดวัดแน่นอน แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดวัดใดถือเป็นพระราชกุศลส่วนพระองค์ตามพระราชอัธยาศัย ส่วนใหญ่จะเป็นวัดตามหัวเมืองที่ทรงพระศรัทธา และมิใช่เป็นวัดหลวง เพราะกฐินวัดหลวงถือว่าเป็นของหลวงหรือของพระเจ้าแผ่นดินโดยตรงอยู่แล้ว

กฐินราษฎร์ คือกฐินที่ราษฎรหรือชาวบ้านทั่วไปจัดการทอดกันเองที่วัดราษฎร์ เช่น วัดในหมู่บ้าน (หรือวัดที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างไว้เป็นพุทธบูชาหรือวัดทั่วไป กฐินราษฎร์อาจมีเจ้าภาพทอดคนเดียวที่เรียกว่า เจ้าภาพกฐินก็ได้ อาจรวมกันเป็นหมู่เป็นคณะไปทอดร่วมกันที่เรียกว่า กฐินสามัคคี ก็ได้ แม้การทอดจุลกฐินก็นับเป็นกฐินสามัคคีเช่นกัน กฐินราษฎร์ส่วนใหญ่ทำกันเป็นงานใหญ่เอิกเกริก ถือว่าเป็นบุญใหญ่ได้บุญอานิสงส์มาก เช่น ทำบุญฉลองก่อนนำไปทอดบ้าง เวลานำไปวัด บ้างก็แห่แหนไปทางน้ำ บ้างก็ไปทางบก บ้างนำขึ้นหลังช้าง หลังม้า หรือใส่รถแล้วแห่แหนกันไป ทำให้ดูเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่และสำคัญ

จุลกฐิน (อ่านว่า จุนละกะถิน) หมายถึง กฐินรีบด่วน กฐินที่ใช้เวลาเตรียมน้อย จุลกฐิน เป็นคำเรียกพิธีทอดกฐินที่ต้องเร่งรีบ ทำให้เสร็จภายในวันเดียว เริ่มตั้งแต่ปั่นฝ้าย ทอเป็นผืนผ้า เย็บ ย้อม ตากแห้งแล้วนำไปทอดเป็นผ้ากฐิน พระสงฆ์รับแล้วก็รีบกรานกฐินในวันนั้นด้วย ทำดังนี้จึงเป็นจุลกฐิน กว่าจะเป็นจุลกฐินได้จะต้องใช้ผู้คนมาก และมีความชำนาญเป็นพิเศษ กะเวลาได้ถูกจึงจะเสร็จทันเวลา และขณะทำจะดูชุลมุนกันไปหมด เพราะต้องเร่งรีบให้ทัน  (ที่มา : พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542