คำว่า ตุง ในภาษาถิ่นล้านนา หมายถึง ธง ในภาษาไทยภาคกลาง ตรงกับลักษณะประเภท ปกาฏะ  ของอินเดีย คือมีลักษณะเป็นแผ่นวัสดุ ส่วนปลายแขวนติดกับเสา  ห้องเป็นแผ่นยาวลงมา วัสดุที่ใช้ทำตุงนั้นมีหลายอย่าง เช่น ไม้ สังกะสี  ทองเหลือง ผ้า กระดาษ ใบลาน เป็นต้น

ตุง เป็นสิ่งที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในงานพิธีทางพุทธศาสนา  ทั้งในงานมงคลและอวมงคลต่าง ๆ โดยมีขนาดรูปทรงและรายละเอียดด้านวัสดุต่าง ๆแตกต่างกันไปตามความเชื่อและพิธีกรรม  ตลอดจนตามความนิยมในแต่ละท้องถิ่นด้วย

จุดประสงค์ของการทำตุงในล้านนาดังนี้ คือ

– ถวายเป็นพุทธบูชา สร้างให้แก่ตนเองและผู้ล่วงลับไปแล้ว จะได้พ้นจากเวรกรรมและได้ขึ้นสวรรค์

-ประดับประดาศาสนสถาน ศาสนาวัตถุ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เช่น งานปอยหลวง เป็นต้น

– เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขจัดภัยพิบัดต่าง ๆ ให้หมดสิ้นไป โดยเฉพาะภัยที่เชื่อว่าเกิดจากภูตผีปีศาจ หรือบาปกรรมทั้งหลาย

– ใช้ในทางไสยศาสตร์ ทำเสน่ห์บูชาผีสางเทวดา

– ใช้ในพิธีกรรมและเทศกาลต่าง ๆ เช่น พิธีสวดมนต์ พิธีสืบชาตา การขึ้นทาวทั้งสี่ การตั้งธรรมหลวง งานปอยหลวง ทอดกฐิน ประเพณีสงกรานต์

ชาวแม่แจ่ม ใช้ภูมิปัญญาและความสามารถในการจก สร้างสรรค์ลวดลายตามจินตนาการของตนลงบนผืนผ้าไม่ใช่แค่ซิ่นตีนจกเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้กับการจกตุงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในงานประเพณีสำคัญทางพุทธศานา  ซึ่งลวดลายที่จกลงบนผืนตุงนั้น มีทั้งลวดลสยเลาขาคณิต ลวดลายพืชพรรณ และลวดลายสัตว์ และที่นิยมกันมากคือ รูปของสัตว์ ใน 12 ปีนักษัตร

ถ้าเราไปเที่ยวที่แม่แจ่ม สถานที่ที่ไม่ควรพลาดอย่างหนึ่งคือวัด เนื่องจากแม่แจ่มเองมีวัดที่เก่าแก่อายุกว่าหลายร้อยปี อยาหลายแห่ง เช่น วัด ป่าแดด วัดยางหลวง วัดพุทธเอ้น วัดกองกาน วัดเจียง เป็นต้น และสิ่งแรกที่เราเห็นเมื่อเราก้าวเข้าไปในวิหาร คือ ตุงผืนยาวที่แขวนอยู่ตามเสาทุกต้นในวิหารที่ชาวบ้านทอมาถวายเป็นพุทธบูชา  อันเกิจากความเลื่อมใสและศัทธาในพระพุทธศาสนาและสะท้อนถึงภูมิปัญญาและความสามารถในการจกของสตรีชาวแม่แจ่ม

ตุงจระเข้แม่แจ่ม ภูมิปัญญาการสานใบมะพร้าวของชาวแม่แจ่ม

แม่แจ่มในสมัยก่อนยังไม่มีธงกฐินสำเร็จรูปขายอย่างปัจจุบัน ชาวแม่แจ่มจึงใช้วิธีภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการนำใบมะพร้าวทั้งกานมาสานแทนการใช้ธง และยังคงอนุรักษ์ไว้จนถึงทุกวันนี้

(เกร็ดความรู้)

ธงที่ใช้ในการทอดกฐินนั้นมี 4 แบบด้วยกัน ความหมายก็แตกต่างกันไป

รูปจระเข้คาบดอกบัว หมายถึง ความโลภ ปกติจระเข้เป็นสัตว์เฝ้ารอกินทุกอย่างถ้ามีอะไรเข้ามาใกล้ ท่านจึงเปรียบเหมือนคนที่กอบโกยทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่มีช่องทางหรือโอกาส

รูปตะขาบคาบดอกบัว หมายถึง ความโกรธ ถ้าใครที่โดนตะขาบต่อยจะรู้สึกเจ็บปวด เมื่อทายาอาการปวดแสบปวดร้อนก็จะหายไป ท่านจึงเปรียบว่าโทสะ เพราะโทสะหรือความโกรธนี้เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นง่าย แล้วยังชักนำไปสู่ความโกรธแค้นเจ็บปวด จะให้หายได้ต้องอาศัยธรรมะเข้าข่มจิต

รูปมัจฉาถือดอกบัว หมายถึงโมหะคือความหลง มนุษย์เป็นผู้หลงใหลต่อรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ง่ายทำให้ขาดสติไม่รู้จักเหตุและผล รูปมัจฉานี้ยังเปรียบให้เห็นถึงความเป็นผู้สงสัยลังเลของมนุษย์อีกด้วย

รูปเต่าคาบดอกบัว หมายถึง ศีลหรืออินทรีย์สังวร ปกติเต่าจะมีสัญชาตญาณการหลบภัยป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี

ฉะนั้น บุคคลที่สามารถทำบุญกฐินให้ได้บุญจริงๆ ต้องเป็นผู้ที่มีศีลคือมีความสำรวมระวัง ไม่ให้อกุศลเกิดขึ้นจากการที่อินทรีย์ทั้ง 6 ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบสิ่งที่เป็นสาเหตุแห่งอารมณ์ขัดเคืองหรือความไม่ได้ดั่งใจตนคิด อันทำให้เกิดความท้อถอย ทั้งนี้ โดยการอาศัยศีลคือความมั่นคงในตัวเองนั่นเอง