ในวัยเด็กอังคารเคยหยิบจับช่วยพ่อแม่ทำบ้างในกระบวนการพื้นฐานเพียงหวังแลกเงินไปเที่ยวเล่นตามประสาเด็ก พอโตเป็นหนุ่มก็บอกผ่านงานหัตถศิลป์ แล้วออกค้นหาตัวเองไปตามเส้นทางหลากหลาย ทั้ง ด้านกฎหมาย คอมพิวเตอร์ธุรกิจ และประวัติศาสตร์ กระทั่งมาลงเอยกับงานจิตรกรรม เขาจึงมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนจนจบ ก่อนหอบเฟรมผ้าใบไปนั่งเขียนภาพขายตามถนนคนเดิน ทว่าทำได้ไม่นานก็ต้องเลิกล้มเพราะผลงานแนวอิมเพรสชันนิสม์ไม่ค่อยเป็นที่นิยมของท้องตลาด

จุดเปลี่ยนของชีวิตมาพร้อมกับคู่ชีวิต เมื่ออังคารพบเจอ หงษ์ศรา จันทร์พัฒน์ – หงษ์ ศิลปินเซรามิก ซึ่งต่อมากลายเป็นคนรักและผู้จุดประกายให้เขาหันกลับมามองสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว

“ตอนนั้นเราทำงานศิลปะสุดโต่งมาก พอมาเจอหงษ์เขาก็เตือนสติเราว่า ถ้างานภาพวาดมันไม่รุ่งก็ให้ลองมองดูในสิ่งที่มือเอื้อมคว้าถึง เราจึงลองกลับมาทำเครื่องประดับเงินยัดลายซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากเกินความสามารถเพราะอุปกรณ์แทบทุกอย่างเคยผ่านมือเรามาตั้งแต่เด็ก โดยแรกเริ่มผลงานทุกชิ้นจะเน้นทำตามรูปแบบดั้งเดิมเป็นหลัก กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 5 เมื่อซึมซับทักษะจนชำนาญ มองเห็นคุณค่าความงามและสนุกกับการต่อยอดสร้างสรรค์ เราและหงษ์จึงตัดสินใจพัฒนาแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา”

ผลิตภัณฑ์แบรนด์ “Angsa” ของสองคู่รักช่างหัตถกรรมรุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยการออกแบบเครื่องประดับให้รูปลักษณ์ร่วมสมัย สามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส ทั้งยังรักษากระบวนการรังสรรค์ตามวิถีดั้งเดิมครบถ้วน โดยผลงานส่วนมากได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนา อาทิ คอลเลคชั่น  “TUNG” ตุ้มหูและเข็มกลัดรูปทรงตุงล้านนาดีไซน์เก๋ไก๋ แต่คงด้วยรายละเอียดประณีตพิถีพิถัน หรือ คอลเลคชั่น  “SUN” ซึ่งประยุกต์จากลวดลายดอกทานตะวันอันเป็นลวดลายโบราณ สู่ผลงานเครื่องประดับหลายหลากที่สื่อถึงการเริ่มต้นวันใหม่อย่างแจ่มใสเบิกบาน

“เราว่าผลงานหัตถกรรมร่วมสมัยไม่ควรผลิตแบบเน้นปริมาณและตัดทอนงานมากจนเกินไป เพราะมันทำให้สูญเสียเสน่ห์และคุณค่าภูมิปัญญาดั้งเดิม ซึ่งเรามองว่าตรงนี้สำคัญนะ ฉะนั้นเครื่องประดับของอังศาจึงไม่เคยทิ้งเทคนิคโบราณทั้ง 36 ขั้นตอน เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของเครื่องเงินบ้านกาดที่เราสืบทอดมาให้คงอยู่สืบไป”