อำเภอสันป่าตองในอดีตเป็นแหล่งชุมชนสำคัญที่อยู่บนเส้นทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทางน้ำ กองคาราวานพ่อค้างัวต่างจะต้องผ่านชุมชนนี้เพื่อมุ่งหน้าไปสู่เมืองมะละแหม่ง ในขณะที่แม่น้ำปิงที่ไหลฟาดผ่านก็ทำให้มีเรือหางแม่ป่องที่จะมุ่งหน้าไปสู่กรุงเทพฯ ต้องผ่านชุมชนแห่งนี้ด้วย จากงานวิจัยเรื่อง“การค้าและผลิตภัณฑ์ผ้าในภาคเหนือของประเทศไทยจากมุมมองทางประวัติศาสตร์” ของแคทเธอรีน เอ.โบวี ชุมชนเหล่านี้เป็นศูนย์กลางการปลูกฝ้ายและทอผ้าเพื่อส่งออกไปยังต่างแดน ทำให้พอจะทราบได้ว่าสันป่าตองในอดีตนั้น คงเป็นชุมชนที่มีการทอผ้าอย่างแพร่หลาย แม้ในปัจจุบันแทบไม่ปรากฏให้เห็นแล้ว

ในบรรดาผ้าซิ่นตีนจกโบราณของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีชื่อเสียงในด้านความงดงามและหายาก นอกเหนือไปจากผ้าซิ่นตีนจกโบราณแบบชาวเวียงแล้ว ก็คือผ้าซิ่นตีนจกจากอำเภอสันป่าตองนั่นเอง อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าประหลาดใจ ที่ผ้าซิ่นตีนจกโบราณของสันป่าตองมักปรากฏอยู่อย่างมาก ในชุมชนชาวไทเขิน ไทยอง เช่น หมู่บ้านต้นแหน หมู่บ้านต้นกอก เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงการยอมรับค่านิยม วัฒนธรรมชาวไทยวนในกลุ่มชาติพันธุ์ที่มาจากต่างแดนได้เป็นอย่างดี

ลักษณะของผ้าซิ่นตีนจกสันป่าตอง จะมีความใกล้เคียงกับตีนจกในเวียงเชียงใหม่มาก กล่าวคือ ลายหลักเป็นลายโคมที่มีขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจน ลายประกอบด้านบนมี 2 แถว ด้านล่าง 1 แถว มักเป็นลายนกคู่กินน้ำร่วมต้นหรือลายเครือดอกไม้ หางสะเปาหยักฟันปลาแบบมาตรฐาน เส้นสะเปาสีดำล้วน แต่เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของตีนจกสันป่าตอง ที่ทำให้มีความแตกต่างไปจากตีนจกแบบเวียงเชียงใหม่ คือ ลวดลายจะดูโปร่งกว่า เห็นพื้นสีดำได้ชัดเจน วัสดุที่ใช้ค่อนข้างแสดงออกถึงความหรูหรา เพราะเป็นวัสดุที่ไม่มีในท้องถิ่น ต้องนำเข้ามาพร้อมกับพ่อค้าวัวต่าง โดยมักใช้ไหมน้อยหรือไหมบ้านเป็นเส้นพุ่ง มีบ้างที่เป็นไหมล้วนทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน แต่พบไม่มากนักวัสดุที่นำมาจกให้เป็นลวดลายมักเป็นไหมคำหรือกระดาษสีทองชนิดที่พันกับแก่นฝ้าย อาจจะมีแล่งบ้างแต่พบไม่มาก ใช้ไหมหลากสีเพิ่มเข้าไป เพื่อสร้างความน่าสนใจแก่ลายจก แต่สีเหล่านั้นจะไม่ฉูดฉาด เช่น สีเขียวหัวเป็ด สีน้ำเงิน สีม่วง สีบานเย็น เป็นต้น ตัวซิ่นที่นำมาต่อกับตีนจก จะสัมพันธ์กับวัสดุที่ใช้ทอตีนจก หากตีนจกทอด้วยไหมล้วน ตัวซิ่นก็จะเป็นไหม แต่ถ้าตีนจกเป็นฝ้าย ตัวซิ่นก็จะเป็นผ้าฝ้ายเช่นเดียวกัน จากการสอบถามสัมภาษณ์ผู้สูงอายุในสันป่าตอง ระบุว่า ตัวซิ่นเหล่านี้จะมีพ่อค้าเร่นำมาขายในหมู่บ้าน โดยมากมาจากอำเภอสันกำแพง นอกจากนี้ในสันป่าตองเองก็มีการทอตัวซิ่นฝ้าย ที่หมู่บ้านแม่กุ้ง มีลักษณะเป็นซิ่นตา ลายสามแลว (เป็นชุดลายสามเส้นเรียงต่อเนื่องกันทั้งผืน) มีสีสันต่างๆ หลากสี เส้นยืนเป็นฝ้ายละหานเนื้อเหนียวเส้นเล็ก เส้นพุ่งเป็นไหมปั่นควบกับฝ้าย ชาวบ้านเรียกซิ่นชนิดนี้ว่า “ซิ่นแม่กุ้ง” ตามชื่อหมู่บ้านที่ทอ

ผ้าซิ่นตีนจกแบบสันป่าตองมีความโดดเด่นด้วยลวดลายที่สวยงาม การคัดสรรวัสดุจากต่างแดนไม่ว่าจะเป็นเส้นไหม ไหมเงินและไหมทอง ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุหรูหราที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางการค้าของชุมชนสันป่าตองในอดีต อย่างไรก็ตามเป็นที่เสียดายที่ในปัจจุบัน การทอผ้าซิ่นตีนจกในสันป่าตองได้สูญหายไปแล้ว คงเหลือไว้แต่ผ้าโบราณที่มีจำนวนอยู่น้อยชิ้น

 

 

Cr. วสิน อุ่นจะนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าและสิ่งถักทอไทย

#เชียงใหม่เมือสร้างสรรค์ด้านงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน #เชียงใหม่เมืองหัตถกรรมสร้างสรรค์ #ChiangMaiCityofCraftsandFolkArt#CMCCFA #ChiagMaiPhaSinTeenJok